น้องจีน่า หนูน้อยวัย 1 ขวบ 11 เดือนหายออกจากบ้านพัก

       น้องจีน่าหายออกจากบ้านพัก เมื่อวันที่ 5 เดือนกันยายนปีพ.ศ. 2564   เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัด เชียงใหม่  ได้รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่บ้านห้วยฝักดาบว่ามีเด็กหญิงอายุ 1 ขวบ11 เดือน  ชื่อว่าน้องจีนา หายออกจากบ้านพักในช่วงเวลาประมาณ 19:00 น

ซึ่งเบื้องต้นชาวบ้านช่วยกันลงกำลังตามหาบริเวณรอบๆพื้นที่ในหมู่บ้านแล้วแต่ก็ไม่พบเด็กหญิงคนดังกล่าว  หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจึงได้ประสานงานกับทีมกู้ภัยช่วยกันออกตามหาเพิ่มเติม

        สำหรับบ้านน้องจีน่านั้นพบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเขาหมู่บ้านที่น้องจีน่าอาศัยอยู่มีคนอาศัยอยู่เพียงแค่ประมาณ 500 คนเท่านั้น โดยหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านขนาดเล็กซึ่งคนในหมู่บ้านค่อนข้างที่จะรู้จักกันดีแต่บางส่วนใหญ่นั้นมักจะปลูกห่างกันอย่างไรก็ตามชาวบ้านและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมถึงกู้ภัยช่วยกันออกตามหาน้องจีน่าจนครบ 24 ชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังไม่พบวี่แววของน้องจีน่า

       จากคำให้การของพ่อกับแม่ของน้องจีน่าระบุว่าในช่วงที่น้องจีน่าหายตัวไปนั้นน้องจีน่าอยู่กับแม่และพี่ชาย ซึ่งมีอายุเพียงแค่ 4 ขวบเท่านั้น ในขณะนั้นน้องจีน่าเล่นอยู่ตรงบริเวณหน้าบ้านโดยมีแม่ทำกับข้าวและพี่ชายนั่งเล่นอยู่ภายในบ้านส่วนพ่อนั้นมีการเอาขยะไปทิ้งตรงบริเวณที่ทิ้งขยะของหมู่บ้านซึ่งอยู่ห่างจากบ้านที่พัก 

     น้องจีน่าหายออกจากบ้านพัก  หลังจากที่พ่อกับแม่ของน้องจีน่ารู้ว่าลูกของตนเองหายก็รีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยกันออกตามหาทันทีซึ่งมีชาวบ้านคนหนึ่งระบุว่าช่วงประมาณ 19:00 น นั้นตนเองได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าบ้านของน้องจีน่าเห็นเด็กหญิงวัยประมาณ 1 ขวบกว่าเดินอยู่ตรงบริเวณริมถนน

และได้มีการจอดรถทักว่าจะเดินไปไหนแต่หนูน้อยไม่ตอบและชาวบ้านคนดังกล่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าหลังจากที่ขับรถผ่านจากจุดที่เจอเด็กแล้วก็ยังได้เล่าให้กับเพื่อนบ้านฟังว่าไปเจอเด็กแต่ไม่รู้ว่าลูกใครเดินเล่นอยู่ริมถนน

      อย่างไรก็ตามในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยรวมถึงชาวบ้านกำลังช่วยกันค้นหาอย่างเร่งด่วนเนื่องจากว่าเกรงว่าน้องจะได้รับอันตรายซึ่งมีนักประดาน้ำได้พยายามงมหาร่างน้องตามบ่อบึงต่างๆบริเวณรอบๆบ้านเพราะเกรงว่าน้องอาจจะตกลงไปในบ่อน้ำ

หรือในแม่น้ำได้แต่อย่างไรก็ตามยังไม่ตัดข้อสงสัยด้านอื่นๆที่น้องอาจจะถูกลักพาตัวหรือเดินหลงไปในทิศทางอื่นเพราะหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่ในช่วงเวลากลางวันนั้นมักจะมีรถจากนอกหมู่บ้านมาขายของดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีการสันนิษฐานเพิ่มเติมว่าอาจจะมีคนนอกหมู่บ้านเข้ามาแล้วพาตัวน้องจีน่าออกไปได้เช่นเดียวกันซึ่งต้องรอผลการตรวจสอบเพิ่มเติม 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  รวม ทางเข้าเล่น sboet

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน น้องจีน่า หนูน้อยวัย 1 ขวบ 11 เดือนหายออกจากบ้านพัก

ถูกยิงตายข้างถนน เพราะทะเลาะกันเรื่องขับรถปาดหน้า

        ทะเลาะกันเรื่องขับรถปาดหน้า  เมื่อวันที่ 10 เดือนพฤษภาคม  ปีพศ 2564      ได้เกิดเหตุการณ์ ยิงกันเกิดขึ้นตรงบริเวณถนนบางนา-ตราด  ซอย 8 -10 ดูเหตุการณ์ยิงกันในครั้งนี้ได้มีผู้เสียชีวิต 1 คน   คนซึ่งผู้ที่เสียชีวิตนั้นเป็นคนขับรถแท็กซี่อายุ 53 ปี 

ตามรายงานข่าวระบุว่าผู้ที่เห็นเหตุการณ์ใดเล่าเรื่องราวให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหวังว่าในระหว่างที่มีการขับรถมาบนถนนตรงถนนเส้นบางนา-ตราดนั้นเอง    ได้มีรถกระบะและรถแท็กซี่ทะเลาะกันจากเหตุการณ์ขับรถปาดหน้ากัน

           ซึ่งทางด้านรถแท็กซี่นั้นได้มีการขับตามรถกระบะและจอดรถเพื่อที่จะเคลียร์กับรถกระบะเมื่อคนขับรถแท็กซี่ลงจากรถก็ได้คว้าท่อนแป๊บติดมือมาด้วยหลังจากนั้นก็ไปยืนทะเลาะกับคนขับรถกระบะและหลังจากที่ทะเลาะกันไม่นานคนขับรถกระบะก็ได้ใช้อาวุธปืนยิงไปที่คนขับรถแท็กซี่ประมาณ 3 ครั้งจนคนขับรถแท็กซี่นะล้มลงแต่คนละขับรถกระบะอย่างการไปยิงซ้ำอีก 1 นัดจนเป็นสาเหตุให้คนขับรถแท็กซี่นะเสียชีวิตคาที่ทันที

        หลังจากที่เห็นว่าคนขับรถแท็กซี่เสียชีวิตแล้วชายที่ขับรถกระบะจึงได้ขึ้นรถและขับรถหลบหนีไปซึ่งพลเมืองดีได้มีการขับรถตามและได้มีการถ่ายคลิปเป็น ทะเบียนรถของคนขับรถกระบะไว้ได้    หลังจากนั้นก็นำหลักฐานส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งท้ายที่สุดแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมชายคนดังกล่าวได้ขณะที่รถวิ่งอยู่บนถนนหนามแดงจังหวัดสมุทรปราการนั่นเอง

         อย่างไรก็ตามหลังจากที่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้แล้ว ทะเลาะกันเรื่องขับรถปาดหน้า พร้อมกับของกลางที่เป็นอาวุธปืนก็ได้มีการนำตัวมาที่สถานีตำรวจเพื่อทำการสอบสวนซึ่งทางผู้ต้องหาเองก็ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือกระทำการยิงตายขับรถแท็กซี่จริง

เนื่องจากว่าเกิดการทะเลาะกันเกี่ยวกับเรื่องของการขับรถปาดหน้ากันแต่เป็นทางคนขับรถแท็กซี่นั่นได้เป็นคนละมือก่อนเพราะได้มีการนำท่อนเหล็กลงมาด้วยที่สำคัญระหว่างทะเลาะกันได้ใช้มือตกไปที่หูของผู้ก่อเหตุทำให้ผู้ก่อเหตุนั้นไม่พอใจจึงได้มีการผลักกันและใช้อาวุธปืนยิงในที่สุดนั่นเอง

           เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแจ้งข้อหาทางผู้ก่อเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งในขณะนี้ทางภรรยาของผู้เสียชีวิตก็เดินทางมาที่สถานีตำรวจเพื่อต้องการที่จะเห็นหน้าผู้ต้องหาที่ฆ่าสามีของตนเองเพราะการกระทำที่ผู้ต้องหาทำนั้นถือว่าเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก เพราะเพียงแค่เรื่องของการขับรถปาดหน้ากันเท่านั้นที่ทำให้ต้องถึงกับยิงกันจนอีกฝ่ายเสียชีวิต ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงอย่างมาก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabetฝ่ายบริการ

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ถูกยิงตายข้างถนน เพราะทะเลาะกันเรื่องขับรถปาดหน้า

ผู้ปกครอง น้ำตาจะไหลจ่ายค่าเทอมลูกหลักหมื่นหลักแสนแต่ได้เงินคืนกลับมาเพียงแค่ 2,000 บาท

         ได้เงินค่าเทอมคืน2,000 บาท ช่วงเวลานี้คงไม่มีผู้ปกครองบ้านไหนที่ไม่มีความรู้สึกเหมือนกันได้ก็คือความรู้สึกที่เขื่อนน้ำตาจะไหลที่จะต้องจ่ายเงินค่าเทอมให้กับลูกเพราะสิ่งที่ต้องจ่ายออกไปนั้นเป็นค่าเทอมทั้งเทอม โดยที่ไม่ได้รับส่วนลดใดๆ

จากทางโรงเรียนเลยสาเหตุที่ผู้ปกครองหลายคนอยากจะให้ทางโรงเรียนมีการลดค่าเทอมให้นั้นเพราะสถานการณ์ของการระบาดไวรัสโควิคนั้นส่งผลทำให้เด็กนักเรียนไม่ได้ไปโรงเรียนไม่ได้เจอกับเพื่อนและคุณครูที่โรงเรียนไม่ได้เรียนโดยตรงกับครูบาอาจารย์แต่เป็นการเรียนหนังสือผ่านทางออนไลน์

        อย่างที่เราทราบกันดีว่าการเรียนออนไลน์ในประเทศไทยนั้นยังไม่มีประสิทธิภาพมากเท่าที่ควรผู้ปกครองส่วนใหญ่ออกมาเรียกร้องปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากว่าเมื่อลูกเรียนออนไลน์ผลที่ตามมาคือตัวผู้กองเองต้องมานั่งเรียนกับลูกต้องมานั่งคุมให้ลูกเรียนหนังสือและยังต้องช่วยลูกทำการบ้านแต่กลับต้องจ่ายเงินค่าเทอม แบบเต็มจำนวนโดยมีผู้ปกครองหลายคนมีการร้องเรียนไปทางโรงเรียนให้ทางโรงเรียนช่วยลดค่าเทอม

        ในขณะเดียวกันก็มีการส่งเรื่องไปยังกระทรวงศึกษาธิการให้ช่วยประสานงานกับทางโรงเรียนให้มีการลดค่าเทอมให้ด้วยอย่างไรก็ตามปัญหานี้ยังคงไม่ได้รับการแก้ไขเนื่องจากว่าค่าเทอมยังคงมีการเรียกเก็บเต็มยอดปกติส่วนค่าเรียกเก็บอื่นๆ

ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำค่าไฟค่าแอร์หรือค่าอาหารและค่ากิจกรรมอื่นๆนั้นทางโรงเรียนบางโรงเรียนมีนโยบายที่จะคืนเงินให้กับผู้ปกครองแต่ก็ยังไม่ได้มีการระบุว่าจะคืนนี้ช่วงไหนในขณะที่บางโรงเรียนนั้นมีการคืนเงินให้เพียงแค่บางส่วนเท่านั้นไม่ได้คืนเต็มจำนวนทั้งที่เด็กนักเรียนไม่ได้ไปใช้งานที่โรงเรียนเลยก็ตาม

         อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้มีการประกาศออกมาช่วยเหลือผู้ปกครองเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายเรื่องของค่าเทอมโดยมีการให้ผู้ปกครองนั้นสามารถรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลได้คนละ 2,000 บาทโดยคิดจากรายชื่อของเด็กซึ่งเงินดังกล่าวนั้นจะถูกโอนไปให้กับทางโรงเรียนโดยให้ทางโรงเรียนนั้นประสานงานทางผู้ปกครองให้มารับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลดังกล่าว

         อย่างไรก็ตามมีผู้ปกครองหลายๆออกมาพูดถึงเงินช่วยเหลือในครั้งนี้ว่าไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือเนื่องจากว่าค่าเทอมที่มีการจ่ายเงินออกไปนั้นเป็นหลักหมื่นหลักแสนแต่ในขณะที่ได้รับเงินกลับคืนมานั้นเพียงแค่ 2000 บาทเท่านั้น  ซึ่งเสียงนี้ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ปกครองทั่วไปเท่านั้นแม้แต่เหล่าบรรดาไฮโซทั้งหลายที่มีลูกหลานเรียนโรงเรียนเอกชนต่างก็ออกมาเรียกร้องขอส่วนลดค่าเทอมเช่นเดียวกัน 

    อย่างเช่นภรรยาของแทคภรัณยู  ซึ่งก็คือไฮโซ bell  โดยเธอมีการโพสต์ผ่านทาง Instagram เกี่ยวกับค่าเทอมที่เธอต้องจ่ายให้กับลูกถึง 6 หมื่นกว่าบาทแต่เธอกลับได้เงินคืนจากทางโรงเรียนแค่ 2,000 บาทจากการช่วยเหลือของรัฐบาลเท่านั้นโดยเงินที่ทางโรงเรียนควรจะลดทั้งค่าอาหารและค่าแอร์นั้นเธอยังไม่ได้รับคืนแม้แต่บาทเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  แจ้งฝาก-ถอน ufabet

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ผู้ปกครอง น้ำตาจะไหลจ่ายค่าเทอมลูกหลักหมื่นหลักแสนแต่ได้เงินคืนกลับมาเพียงแค่ 2,000 บาท

สาวซื้อกล่องสุ่มหมูกระทะ เปิดเจอของไม่ตรงปก ผิดหวังอย่างแรง 

        ช่วงนี้การขายของออนไลน์และมีการตลาดหลายรูปแบบและที่กำลังได้รับความนิยมมากก็คือการสุ่มกล่องขายซึ่งปัจจุบันนี้มีทั้งกล่องส่งที่เป็นอาหารทะเลหรือแม้แต่ กล่องสุ่มหมูกระทะ หรือบางทีก็เป็นสุ่มกล่องโทรศัพท์มือถือก็มีอย่างไรก็ตามมีเรื่องราวที่มีลูกค้าสาวรายนึงเธอได้มีการใช้การซื้อสินค้าออนไลน์แบบซื้อกล่องสุ่มแต่เธอก็ต้องเจอกับสินค้าที่ไม่ตรงบอกจนเธอนั้นต้องมีการมาโพสต์ลงในโซเชียล

    กล่องสุ่มหมูกระทะ    เมื่อวันที่ 29 เดือนสิงหาคมปีพศ 2554 ได้มีหญิงสาวอายุเธอได้ออกมาบอกเล่าถึงการซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์และเธอใช้วิธีการซื้อสินค้าแบบกล่องส่งซึ่งเป็นการซื้อกล่องสุ่มชุดหมูกระทะโดยเพจกำหนดราคาขายไว้ที่ 299 บาท

ซึ่งเธอบอกว่าราคาไม่สูงมากนักจึงได้มีการซื้อไป 1 ชุดและเมื่อเธอได้รับสินค้ามาส่ง ที่บ้านเมื่อเธอเปิดกล่องดูก็เห็นว่าสินค้าที่เธอได้มานั้นไม่ตรงกับที่มีการโฆษณาไว้ในหน้าเฟซของร้านค้าเธอจึงได้มีการสอบถามไปยังร้านค้าจนเธอนั้นทราบว่าร้านค้านั้นไม่ได้มีการถ่ายรูปสินค้าของตนเองแต่ได้ไปเอารูปสินค้าของร้านอื่นมาลงแทนทำให้สินค้าในหน้าเพจกับที่ได้รับไปนั้นไม่ตรงกัน

        อย่างไรก็ตามเธอบอกว่าทางด้านเจ้าของร้านได้มีการรับที่จะเปลี่ยนสินค้าคืนให้กับเธอโดยทางร้านยินดีคืนเงินให้กับเธอแต่เธอนั้นจะต้องมีการส่งสินค้ากลับไปให้กับทางเจ้าของร้านซึ่งเธอมองว่ามันค่อนข้างยุ่งยากดังนั้นเธอจึงยอมเสียเงิน 299 บาท

หลังจากนั้นเธอก็ติดต่อไปยังเพจของร้านค้า ซึ่งเป็นร้านที่เป็นเจ้าของภาพและเธอก็ได้เล่าเรื่องราวให้ทางเพจดังกล่าวทราบว่ามีคนแอบอ้างเอาภาพของร้านเขาไปทำการโปรโมทให้กับร้านตัวเอง

          อย่างไรก็ตามเรื่องราวดังกล่าวไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้นเพราะคนในโซเชียลมีการเข้ามาอ่านที่เธอมีการโพสต์เอาไว้และไม่ได้มีการจับใจความที่ถูกต้องดังนั้นจึงได้ตามเข้าไปต่อว่าร้านค้าซึ่งเป็นร้านที่ถูกเอาภาพไปแอบอ้างจนร้านได้รับความเสียหายมากซึ่งทางร้านเองก็ได้ออกมาชี้แจงว่าตัวเขานั้นไม่ได้มีการส่งกล่องส่งไปให้ลูกค้าแต่เขาคือผู้ถูกกระทำเนื่องจากว่าภาพที่ถูกนำไปโพสต์นั้นเป็นภาพของร้านเขาและเวลาที่ร้านเขาขายของให้กับลูกค้าก็จะตรงกับที่มีการโพสต์เอาไว้ 

       สำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์ ย่อมมีความเสี่ยงสูงที่สินค้าจะได้ไม่ตรงปก ดังนั้นก่อนซื้อสินค้ากับร้านไหน ควรตรวจรีวิว และดูจำนวนลูกค้าว่ามีมากน้อยแค่ไหน ที่สำคัญดูด้วยว่าร้านนี้เปิดมานานแค่ไหนแล้วค่อยซื้อ          

 

สนับสนุนโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน สาวซื้อกล่องสุ่มหมูกระทะ เปิดเจอของไม่ตรงปก ผิดหวังอย่างแรง 

ลูกสาวอาม่าฮวยถูกศาลสั่งจำคุก 12  ปีแบบไม่รอลงอาญาคดีแอบถอนเงินแม่ 253ล้านบาท 

       ลูกสาวอาม่าฮวยถูกศาลสั่งจำคุก 12  ปี ในช่วงประมาณปีพ.ศ 2557 ได้มีอาม่าคนหนึ่งที่ชื่อว่าอาม่าฮวยได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจเอาไว้โดยแจ้งความจับกุมลูกสาวของตนเองในข้อหายักยอกเงินโดยอาม่าฮวยได้มีการนำหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมดไปให้ท่านเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำการจับกุมลูกสาวของตนเองที่ชื่อว่านางมาวดี

  โดยลูกสาวของอาม่าฮวยนั้นอาศัยช่วงจังหวะที่อาม่าฮวยไม่สบายเข้ามาดูแลทรัพย์สินและได้มีการยักยอกเงินออกจากธนาคารไปทั้งสิ้นจำนวน 250 ล้านบาทโดยมีทางเจ้าหน้าที่ธนาคารคอยให้ความช่วยเหลือในการยักยอกเงินออกไปในครั้งนี้

อย่างไรก็ตามในช่วงที่มีการฟ้องร้องกันอยู่ในปีดังกล่าวนั้นลูกสาวของอาม่าฮวยก็ได้มีการปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาพร้อมกันนี้ยังระบุด้วยว่าเงินในบัญชีของอาม่าฮวยนั้นมีไม่ถึง 253 ล้านบาทซึ่งเธอยืนยันว่ามีเพียงแค่ประมาณ 120 ล้านบาทเท่านั้นเอง

        อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะผ่านมานานหลายปีแล้วแต่ล่าสุดศาลได้มีคำสั่งออกพิพากษามาเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยคำสั่งศาลเปิดเผยออกมาเมื่อวันที่ 17 เดือนสิงหาคมปีพ.ศ. 2564 ระบุว่าศาลอาญาพระโขนงได้มีการพิพากษาคดีของอาม่าหวยที่ฟ้องลูกสาวจะเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยยืนยันว่าลูกสาวของอาม่าฮวยนั้นได้มีการยักยอกและถอนเงินของอาม่าหวยออกมาจากบัญชีธนาคารจริงมีหลักฐานการยักยอกเงินการถอนเงินออกมาอย่างชัดเจน

       ซึ่งจำนวนเงินที่ลูกสาวอาม่าฮวยมีการยักยอกออกมานั้นมียอดมากกว่า 253 ล้านบาทนอกจากจะมีการโอนเงินออกมาใช้จ่ายแล้วยังมีการโอนทรัพย์สินส่วนอื่นมาอีกด้วยซึ่งในขณะที่ลูกสาวของอาม่าฮวยทำการโอนทรัพย์สินของอาม่าฮวยออกมานั้น

เป็นช่วงที่อาม่าฮวยไม่สบายกำลังป่วยเป็นโรคเส้นหลอดเลือดหัวใจตีบทั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ลูกสาวของ อาม่าฮวยเท่านั้นที่ถูกดำเนินคดีฟ้องร้องเพราะเจ้าหน้าที่ของธนาคารที่คอยให้ความช่วยเหลือลูกสาวของ อาม่าฮวยในการถอนเงินออกมานั้นก็ถูกเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในคดีการลักทรัพย์ในครั้งนี้ด้วยนอกจากนี้ยังทำเรื่องปลอมแปลงเอกสารต่างๆอีกมากมาย

         อย่างไรก็ตามจากการประกาศของศาลอาญาระบุว่าความผิดของลูกสาวอาม่าฮวยนั้นทางศาลสั่งให้มีการจำคุกทั้งหมด 12 ปีด้วยกันโดยที่ไม่ให้รอลงอาญาถือว่าเป็นความผิดที่ทางลูกสาวอาม่าฮวยนั้นตั้งใจกระทำความผิดเป็นความผิดที่ร้ายแรงที่ลูกสาวแท้ๆกระทำต่อแม่ของตนเอง ทั้งที่แม่ก็แก่ชรา และกำลังป่วยหนักอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย.  gclub ทดลองเล่นฟรี

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ลูกสาวอาม่าฮวยถูกศาลสั่งจำคุก 12  ปีแบบไม่รอลงอาญาคดีแอบถอนเงินแม่ 253ล้านบาท 

กระแสดราม่าขนมเปี๊ยะ เทพโพธิ์งาม  

        กระแสดราม่าขนมเปี๊ยะ หลังจากที่อดีตตลกชื่อดังอย่างเทพโพธิ์งามได้ออกมาพูดถึงกลุ่มคนที่ออกมาประท้วงเพราะไม่พอใจการทำงานของรัฐบาลโดยการที่มีการไลฟ์สดออกมาต่อว่าด้วยถ้อยคำที่ค่อนข้างหยาบคายตามสไตล์ของเทพโพธิ์งามเองทำให้มีบรรดากลุ่มคนที่อยู่ข้างฝ่ายกลุ่มผู้ประท้วงนั้นเกิดความไม่พอใจจนมีกระแสดราม่าต่อต้านขนมเปี๊ยะของเทพโพธิ์งาม

     อย่างไรก็ตามเพียงแค่ชั่วข้ามคืนหลังจากที่เทพโพธิ์งามมีการไลฟ์สดด่าผู้ประท้วงนั้นปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นเขาก็ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทาง facebook ว่าหลังจากที่เขามีการไลฟ์สดออกไปมีหลายคนที่ไม่พอใจแต่ในขณะเดียวกัน

กระแสดราม่าขนมเปี๊ยะ คนที่เข้าใจแนวความคิดของเขาต่างก็สนับสนุนจากที่เขานั้นเคยขายขนมเปี๊ยะได้เพียงแค่วันละประมาณ 200 บาทปัจจุบันมีรายได้เป็นหลักแสนบาทต่อวันเลยทีเดียว

      ล่าสุดกระแสดราม่าขนมเปี๊ยะของเทพโพธิ์งามนั้นยังไม่จบลงเมื่อเทพโพธิ์งามนั้นยังคงมีการออกมาพูดถึงขนมเปี๊ยะของตนเองโดยมีการระบุว่าขนมเปี๊ยะของเขานั้นเป็นขนมเปี๊ยะที่ทำแบบบ้านๆไม่ได้ถูกสุขลักษณะมากนักทั้งนี้เทพโพธิ์งามยังมีการถ่ายคลิปแชร์ให้เห็นถึงวิธีการผลิตขนมเปี๊ยะของเขาว่าลักษณะของการทำขนมเปี๊ยะของร้านของเขานั้นทำอย่างไร

         โดยมีชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงมาเป็นลูกจ้างทำขนมเปี๊ยะให้กับเทพโพธิ์งามขายซึ่งในคลิปจะเห็นได้ว่ามีพนักงานอยู่หลายคนเช่นเดียวกันแต่พนักงานทุกคนนั้นไม่มีใครใส่หน้ากากอนามัยนอกจากนี้ยังไม่มีการใส่ถุงมือขนาดปั้นขนมเปี๊ยะและในขณะเดียวกันเทพโพธิ์งามเองในขณะที่มีการไลฟ์สดก็ได้มีการโชว์สกิลการทำขนมเปี๊ยะเป็นการปั้นแป้งขนมเปี๊ยะให้กับบรรดาคนในไลฟ์สดได้เห็นถึงวิธีการทำขนมเปี๊ยะ

      โดยเทพ  โพธิ์งามเองก็ไม่ได้มีการใส่ถุงมือไม่ได้มีใส่ที่ครอบผมรวมถึงในขณะที่มีการปั้นแป้งไปนั้นก็มีการพูดคุยอยู่ตลอดเวลาและที่สำคัญเมื่อมีแมลงบินผ่านมาเทพโพธิ์งามก็ใช้มือตบแมลงหลังจากนั้นก็มีการปั้นขนมเปี๊ยะต่อโดยที่ไม่มีการเข้าไปล้างมือเลยทำให้เกิดกระแสดราม่าวิพากษ์วิจารณ์ถึงความสกปรกที่ทางเทพโพธิ์งามได้มีการทำโชว์สกิลการทำขนมให้ดู 

ซึ่งหลายคนมองว่าการที่เทพโพธิ์งามมาทำขนมแล้วไม่เน้นในเรื่องของความสะอาดนั้น ควรจะเป็นการทำกินเองที่บ้านไม่ควรนำออกมาขายให้กับคนอื่นเพราะระหว่างที่คุยไปนั้นแล้วปั้นแป้งไปนั้นน้ำลายอาจจะตกใส่แป้งซึ่งหลายคนที่เห็นไลฟ์สดของเทพโพธิ์งามนั้นก็รับไม่ได้และยืนยันว่าจะไม่มีการอุดหนุนขนมเปี๊ยะของเทพโพธิ์งามอย่างแน่นอน 

 

สนับสนุนโดย.  ติดต่อ ufabet

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน กระแสดราม่าขนมเปี๊ยะ เทพโพธิ์งาม  

เข้าป่าไปหาเห็ดเจอคนร้ายจับกดหัวลงพื้น พร้อมเอาผ้ารัดคอ

 หญิงวัย 58 ปีเข้าป่าไปหาเห็ดเจอคนร้ายจับกดหัวลงพื้น พร้อมเอาผ้ารัดคอโชคดีฮึดสู้สามารถหนีเอาตัวรอดได้ 

        เข้าป่าไปหาเห็ดเจอคนร้าย เมื่อที่ 1 เดือนสิงหาคมปีพ. ศ. 2564   มีเหตุการณ์ที่ชวนให้ตกใจเกิดขึ้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในตำบลโกรกแก้วจังหวัดบุรีรัมย์  โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความหวาดกลัวให้กับคนในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก  ทางด้านผู้ใหญ่บ้านได้มีการออกมาประกาศให้ลูกบ้านทุกคนนั้นระมัดระวังตัวเป็นอย่างดีและถ้าหากเห็นว่ามีคนแปลกปลอมเข้ามาในบ้านก็ให้ทำการแจ้งทางผู้ใหญ่บ้านเพื่อจะได้ทำการตรวจสอบ

       สำหรับ เหตุการณ์ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับคนในหมู่บ้านนั่นก็เพราะว่าได้มีหญิงวัย 58 ปีคนหนึ่งชื่อว่านางน้อยเธอได้มีการแจ้งกับทางผู้ใหญ่บ้านว่าเมื่อวันที่ 30 เดือนกรกฎาคมปีพศ 2564   ช่วง เวลาตั้งแต่ 9:00 น เธอได้ออกจากบ้านเพื่อไปหาของป่า  โดยป่าดังกล่าวนั้นเป็นป่าในหมู่บ้านซึ่งทุกคนนั้นมักจะไปหาของป่ามาขายกันเป็นประจำอยู่แล้ว

      โดยนางน้อยเล่าว่าเธอต้องการไปหาเห็ดป่ามาใช้ประกอบอาหารซึ่งจะเดินเข้าป่าไปเพียงแค่ 2 กิโลเมตรเท่านั้นจังหวะนั้นเคยเห็นเห็ดป่าจึงได้มีการก้มลงเก็บระหว่างที่เธอกำลังเก็บเห็ดอยู่นั้นเธอได้ยินเสียงฝีเท้าคนมาด้านหลังเธอจึงได้หันไปดูพบว่าเป็นผู้ชายรูปร่างผอมสูง

หลังจากชายคนดังกล่าวเห็นเธอก็ใช้ถุงดำครอบศีรษะเธอทันทีแล้วผลักเธอให้ล้มลงหลังจากนั้นก็ใช้ผ้ามัดที่คอของเธอโชคดีที่เธอนั้น ฮึดสู้ ชายคนดังกล่าวจึงได้หงายหลังล้มลงเป็นจังหวะที่สามารถทำให้เธอวิ่งหลบหนีมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านได้

      เข้าป่าไปหาเห็ดเจอคนร้าย อย่างไรก็ตามเธอโชคดีมากที่คนร้ายไม่ได้วิ่งตามเธอมาซึ่งเธอคาดว่าคนร้ายเองก็น่าจะตกใจกับพฤติกรรมของเธอเขาจึงวิ่งไปอีกทางหนึ่งทำให้เธอรอดจากการถูกทำร้ายในครั้งนี้หลังจากนั้นเธอแจ้งกับทางผู้ใหญ่บ้านให้ทราบเรื่องราวดังกล่าวซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านเองก็ได้มีการพาเธอไปแจ้งความที่สถานีตำรวจพร้อมกับประชาสัมพันธ์ให้คนในหมู่บ้านทุกคนทราบถึงอันตรายที่เกิดขึ้นและให้ระมัดระวังตัว

        สำหรับป่า ที่นางน้อยได้เข้าไปหาเห็ดป่านั้นเป็นป่าของหมู่บ้านซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 70 ไร่เป็นป่าที่คนในหมู่บ้านรู้จักกันเป็นอย่างดีและทุกคนมักจะเข้าป่าไปหาของป่าปมากินมาขายเป็นประจำกันอยู่แล้วและไม่เคยเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาก่อนหลังจากที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นชาวบ้านต่างก็พากันหวาดผวาหวาดกลัวว่าเมื่อตนเองเข้าไปในป่าอาจจะต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

        ซึ่งทางชาวบ้านเองอยากจะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้เพื่อที่พวกเขานั้นจะได้ปลอดภัยและไม่ต้องมาวิตกกังวลเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับตนเองอยู่แบบนี้อย่างไรก็ตามเบื้องต้นชาวบ้านด้วยช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยคอยเป็นหูเป็นตาหากมีคนนอกพื้นที่เข้ามาในหมู่บ้านก็จะมีการแจ้งให้ทางผู้ใหญ่บ้านได้รับทราบก่อนเพื่อที่จะได้หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาและป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับคนในหมู่บ้าน 

 

สนับสนุนโดย.  gclub สล็อตฟรี

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน เข้าป่าไปหาเห็ดเจอคนร้ายจับกดหัวลงพื้น พร้อมเอาผ้ารัดคอ

อินเดียเผาศพหมู่ติดเชื้อวันเดียว4แสนคน

สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19ที่ อินเดีย  อินเดียเผาศพหมู่ติดเชื้อวันเดียว4แสนคน โดยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องล่าสุดตอนนี้แต่ละวันมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 3 แสนรายแล้ว โรงพยาบาลรับผู้ป่วยไม่ไหวจริงๆรวมไปถึงจำนวนของผู้เสียชีวิตที่เพิ่มมากขึ้นตามด้วยล่าสุดเราจึงได้เห็นภาพการเผาในที่กลางแจ้ง

ซึ่งได้มีการนำเอาศพของผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 นำเอามาเผายังที่ลานจอดรถและสวนสาธารณะเมือ่ได้เห็นภาพแล้วเป็นสิ่งที่น่าสลดใจจริงๆเป็นภาพของมุมสูงของการณาปนกิจหมู่ผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 โดยที่รถพยาบาลได้ลำเรียงศพของผู้เสียชีวิตเข้าไปยังจุดเผาศพชั่วคราวที่ได้สร้างขึ้นที่ลานจอดรถและสาธารณะ

อินเดียเผาศพหมู่ติดเชื้อวันเดียว4แสนคน โดยศพได้ถูกเรียงวางอย่างหน้าสลดและถูกเผาด้วยฟืนสปเหร่อบอกว่าพวกเขาไม่มีพื้นที่เหลือแล้วในการเผาศพจำนวนของผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องญาติของผู้เสียชีวิตเองก็ไม่ได้รับอนุญาตให้พบหน้าบุคคลอันเป็นที่รักเป็นครั้งสุดท้าย

แม้ว่าจะร้องขอเจ้าหน้าที่แต่เจ้าหน้าที่จำเป็นที่จะต้องปฏิเสธเพราะกลัวว่าญาติจะติดเชื้อโควิด-19 ไปด้วยขณะที่เมืองหลวงของอินเดียรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากโควิด 1 คนในทุกๆ 4 นาที การระบาดของโควิดในระลอก 2 ในอินเดียมีผู้ติดเชื้อในแต่ละวันอย่างน้อย 3 แสนคนตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล

นอกจากนี้ยังได้มีข่าวร้ายก็ยังได้มีเรื่องที่เป็นปาฏิหาริย์เกิดขึ้น

เมื่อสามีวัย 105 ปี และ ภรรยาอายุ 95 ปี ที่ป่วยด้วยโรคโควิด-19 สามารถรักษาตัวจนหายดี นายแพทย์ได้บอกว่าทั้งสองคนได้เข้ารับการรักษาตัวตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้วได้ออกจากโรงพยาบาลพร้อมกัน

เมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมาตรวจร่างกายอย่างละเอียดแล้วทุกอย่างโดยเป็นปกติแล้วทั้งคู่เลยแล้วได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้หลังจากที่หายป่วยอย่างสมบูรณ์แล้วลูกชายของทั้งคู่นั้นได้บอกว่าการหายจากโควิด-19 ทำให้คนอื่นๆมีความหวังในการรักษาโรคนี้

ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียใต้ที่กำลังเผชิญกับโรคระบาดของโควิด-19 เช่นเดียวกับอินเดียวต่างก็ได้ประกาศปิดพรมแดนอินเดียแล้วก็ห้ามเดินทางข้ามประเทศเพราะกังวลเรื่องของโควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์อินเดียเนื่องจากประเทศเล่านี้พบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็น เนปาล บังกลาเทศ และ ปากีสถาน

เนื่องจากนี้จึงได้ทำให้มีมาตรการควบคุมการระบาดอย่างเข้มงวดในขณะที่สหรัฐอเมริกาและรัสเซียได้เริ่มส่งความช่วยเหลือทางการแพทย์ในอินเดียแล้ว สหรัฐอเมริกาส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์และวัสดุดิบในการผลิตวัคซีนมูลค่ามากกว่า100 ล้านดอลาร์สหรัฐส่วนรัสเซียเองได้ส่งวัคซีนและอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆโดยมีกำหนดถึงอินเดีย1พฤษภาคมนี้

 

สนับสนุนโดย.  ufabet สมัคร

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน อินเดียเผาศพหมู่ติดเชื้อวันเดียว4แสนคน

ไบเดน-มูน เห็นพ้อง เจรจาเกาหลีเหนือ

ซึ่งเรื่องดราม่าที่เกิดขึ้นของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่ได้เดินทางไปเยือนที่ประเทศสหรัฐ เจรจาเกาหลีเหนือ และได้มีการพบกับรองประธานาธิบดีปรากฏว่ามันได้มีภาพออกมาจึงทำให้คนเกาหลีใต้มองว่ารองประธานาธิบดีสหรัฐช่างไม่ให้เกียรติผู้นำของเกาหลีใต้เอาเสียเลย 

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ได้เดินทางไปเยือนที่ทำเนียบขาวและได้มีการหารือร่วมกับประธานาธิบดีนายโจไบเดนก่อนอยากเป็นทางการถือว่าเป็นผู้นำโลกที่ 2 ที่ได้เข้ามาเยือนในประเทศสหรัฐนับตั้งแต่โจไบเดนได้เข้ารับตำแหน่ง

โดยก่อนหน้านี้ก็จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนเก่าของประเทศญี่ปุ่นแต่ทีนี้มันได้เกิดประเด็นดราม่าขึ้นกับคนเกาหลีใต้เพราะว่ามันได้มีภาพของรองประธานาธิบดีสหรัฐที่ได้จับมือกับประธานาธิบดีของเกาหลีใต้และได้นำมือของตนเองนั้นไปเช็คที่กระโปรงตัวเองซื้อได้จับภาพเหล่านั้นได้ 

ดังนั้นเลยทำให้ชาวเกาหลีใต้แล้วก็ชาวเน็ตทั่วโลกได้มองว่าไม่ให้เกียรติอีกฝ่ายถือว่าเป็นการดูหมิ่นด้วยโดยเฉพาะอีกฝ่ายที่เป็นแขกบ้านแขกเมืองที่อุตส่าห์ขึ้นเครื่องบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาแบบนี้ในขณะที่บางคนนั้นได้มองว่าไม่เป็นเพียงแต่พฤติกรรมที่ไม่ให้เกียรติเท่านั้นแต่มันเป็นการเหยียดสีผิวอีกด้วยโดยสื่อในนิยมที่อาศัยอยู่ในสหรัฐได้มองว่าตอนนี้ชาวอเมริกาบอกว่าตอนนี้พึงระวังในเรื่องของเชื้อโรคตั้งแต่มีการระบาดเชื้อไวรัส covid-19 

เจรจาเกาหลีเหนือ นอกจากนี้สิ่งที่ กมลา แฮร์ริส ทำนั้นมันแสดงออกถึงการกังวลที่มากจนเกินไปจับมือเสร็จแล้วก็รีบเอามือไปเช็ดที่กระโปรงของตนเองตอนเช้านี้เขาก็ได้ออกมาปกป้อง กมลา แฮร์ริส บอกว่าเธอได้จับมือโดยที่ไม่สวมหน้ากากในระหว่างที่เกิดโรคระบาดดังนั้นมันเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติก็เป็นได้ 

เนื่องจากนี้บางคนก็ยังได้มองอีกว่าหรือว่านี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่เธอนั้นได้ยืนแถลงการณ์กับผู้นำกับชาติอื่นก็ควรให้อภัยในความผิดพลาดในครั้งนี้ทั้งนี้ทั้งสองก็ยังได้แถลงข่าวร่วมกันว่าทั้งสองฝ่ายก็ได้หารือกันเรื่องของเกาหลีเหนือไปจนถึงเรื่องสาธารณสุขระหว่างประเทศ 

เพราะฉะนั้นแล้วทางด้านผู้นำของสหรัฐได้มีการตั้งทูตพิเศษคนใหม่ขึ้นมาโดยเป็นลูกครึ่งเกาหลีใต้อเมริกันอีกด้วยให้เข้ามาดูในเรื่องการเจรจาของเกาหลีเหนือโดยเฉพาะและทั้งสองฝ่ายก็ยังคงกังวลเกี่ยวกับอาวุธของเกาหลีเหนือพร้อมให้คำมั่นว่าการเจรจาและหนทางทางการทูตระหว่างเกาหลีเหนือนั้นเป็นสิ่งสำคัญ

ซึ่งโจไบเดนก็ยังได้บอกอีกว่าต้นนั้นพร้อมที่จะพบกับคิมจองอึนภายใต้ของสถานการณ์ที่เหมาะสมเป้าหมายหลักก็คงยังเป็นการคาบสมุทรเกาหลีเหนือปลอดนิวเคลียร์นั่นเองและทั้งสองก็ยังได้เจรจาเรื่องจีน ไต้หวันที่เห็นพร้อมแล้วว่าสันติภาพ และเสถียรภาพในคาบสมุทร ไต้หวันนั้นหรือมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง แล้วทั้ง 2 ชาติพร้อมที่จะทำงานร่วมกันในการพิจารณาที่พิเศษระหว่างจีนกับไต้หวันด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  ufabet สมัคร

โพสท์ใน ข่าวที่น่าติดตาม | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ไบเดน-มูน เห็นพ้อง เจรจาเกาหลีเหนือ

อ้างว่าปาร์ตี้ส้มตำที่แท้เป็นบ่อนเฉย?

โดยในจุดนี้ได้เป็นจุดคัตเตอร์ที่สมุทรปราการถ้าใครได้ติดตามข่าวในช่วง2-3วันที่ผ่านมาจะได้ยินบ่อยมากที่หมู่บ้านเฟื่องฟ้าในปาร์ตี้ส้มตำในหมู่บ้านเฟื่องฟ้าก็อย่างที่ทราบกันดีว่าเริ่มต้นได้มีการร้องเรียนของครองครัวหนึ่งแล้ว ปาร์ตี้ส้มตำที่แท้เป็นบ่อน กลายเป้ฯว่าไปๆมาๆคนในชุมชนนี้หมู่บ้านนี้ติดกันทั้งหมดคนรอบตัวอีก26คน

ซึ่งถือว่าเป็นคัตเตอร์ใหญ่มากแล้วจุดเริ่มต้นอย่างที่ได้เรียนไปในตอนแรกเข้าใจว่าคือปาร์ตี้ส้มตำจริงๆคือได้มีการรวมตัวกันเพื่อรับประทานอาหารส้มตำกันแล้วเกิดการแพร่กระจายเชื้อติดกันไปหมดเลยกลายเป็นว่าในวันนี้ทีมสื่อข่าวหลังจากที่ได้เข้าไปตรวจสอบมาหลายวันเหมือนกันและวันนี้ก็ได้ข้อมูลมาอีกหนึ่งอย่างที่จริงแล้วมันอาจจะไม่ได้เป็นปาร์ตี้ส้มตำก็ได้

เพราะฉะนั้นแล้วมันได้มีอย่างอื่นที่ไม่ควรทำแต่พอทำแล้วก็ติดโรคกันล่าสุดทีมข่าวสำหนักหนึ่งได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านภายในชุมชนว่าบ้านหลังนี้ที่เขาบอกว่าเริ่มต้นคัตเตอร์นี้เลยปาร์ตี้ส้มแท้จริงแล้วมันไม่ได้มาจากปาร์ตี้ส้มตำแต่มันเป็นการสุมหัวเล่นการพนันพอได้ข้อมูลแบบนนี้ถือกับอึ้งเลย

ถ้าเล่นการพนันจริงๆก็จะเข้าข่ายผิดกฎหมายไปด้วยมันใช้เวลานานกว่าที่รับประทานอาหารอีกนะเอาเป็นว่าท่านที่ได้ให้ข้อมูลเรามาคือชาวบ้านในพื้นที่คือคุณเปาโดยคุณเปาอยู่ในหมูบ้านเฟื่องฟ้าเช่นกันเธอได้บอกว่าไม่มีบ้านสีชมพูไม่มีปาร์ตี้ส้มตำที่จริงแล้วมันเป็นบ่อน

ปาร์ตี้ส้มตำที่แท้เป็นบ่อน เพราะฉะนั้นแล้วจุดเริ่มต้นมันได้มาจากผู้นำ อสม. สามีได้ไปเกี่ยวข้องกับบ้านสีชมพูดด้วยแล้วก็เกิดความกลัวพอกลัวว่าจะติดเชื้อและเป็นเรื่องออกมาความจริงมันจะเปิดเผยว่าเล่นบ่อนแบบนี้แล้วมี อสม. มาเกี่ยวข้องอีกเดี๋ยวจะเป้นการเข้าตัวเอา

เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองเลยปกปิดข้อมูลสร้างเรื่องขึ้นมาว่าเป็นปาร์ตี้ส้มตำที่จริงแล้วไม่เกี่ยวมันเป็นการเล่นบ่อนแล้วส่วนใหญ่คนที่เล่นการพนันก็คือแม่บ้านสามีไปทำงานแล้วคนจากพื้นที่อื่นก็เข้ามาเล่นด้วยยืนยันว่ามีการเล่นการพนันจริงๆ

ส่วนเจ้าของบ้านคาดว่าจริงๆแล้วเป็นแค่ผู้เล่นแต่ให้ใช้บ้านเป็นสถานที่ส่วนเจ้ามือนั้นเป็นใครยังไม่ทราบผลที่แน่ชัดและยังทำให้เหล่าชาวบ้านเขาเดืดอร้อนคือคนที่เล่นก็กระจายกลับบ้านตัวเองก็ทำให้ติดกันหมดเลยตอนนี้จากนั้นผู้สื่อข่าวก็ถามกลับไปอีกว่าถ้ามันไม่ใช้เรื่องจริงมันเสียหายนะเขาอาจจะตำส้มตำกันจริงๆแล้วติดก็ได้โดยคุณเปาบอกว่าเขาได้รู้จักกับคนหนึ่งเป็นคนที่อยู่ร่วมวงเข้าไปในวงพนันอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ออโต้

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน อ้างว่าปาร์ตี้ส้มตำที่แท้เป็นบ่อนเฉย?