สาวชาวจีนคลั่งมีดแทงเด็กกับคนแก่บาดเจ็บเหตุเพราะแย่งซื้อน้ำยาฆ่าเชื้อ

ในช่วงนี้ที่เรายังต้องมีการเฝ้าระวังเรื่องของโรคระบาด โรคไวรัส อุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันโรคเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัยหรือแม้แต่น้ำยาฆ่าเชื้อโรคคือส่งที่จำเป็นสำหรับทุกคนเป็นอย่างยิ่งและเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการในขนาดนี้มาก

และที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสองสิ่งนี้ในบางประเทศกำลังขาดแขลนเป็นอย่างมากบริษัทที่ผลิตขาย ไม่สามารถผลิตสินค้าได้ทันกับความต้องการของลูกค้าจึงทำให้มีเหตุการณ์ที่น่าสลดขึ้น โดยเหตุการณ์ที่น่าเศร้าใจนี้เกิดขึ้นที่ประเทศจีน เมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งอายุน่าจะประมาณ 17 ปีได้มาซื้อน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่ร้านสะดวกซื้อและในขณะเดียวกันก็มีหญิงชรากับเด็กอายุเพียง 9 ขวบเท่านั้น

ก็มีความต้องการที่จะซื้อน้ำยาฆ่าเชื้อเช่นเดียวกัน แต่โชคไม่ดีที่น้ำยาฆ่าเชื้อของที่ร้านแห่งนี้เหลือเพียงขวดเดียวเท่านั้นจึงทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องการที่จะซื้อน้ำยาฆ่าเชื้อขวดนี้ จนเป็นที่มาของเรื่องราวที่น่าเศร้าขึ้น เพราะความต้องการของประชาชนชาวจีนในเรื่องอุปกรณ์ในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนามีมาก

ทุกคนต่างก็กลัวว่าจะติดเชื้อโรคนี้กันมากดังนั้นต่างจึงพากันแก่งแย่งที่จะซื้อน้ำยาฆ่าเชื้อและหน้ากากอนามัย ซึ่งเด็กสาวคนดังกล่าวเกรงว่าจะซื้อไม่ได้ จึงเกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมาแล้วนำมีดมาแทงหญิงชราคนหนึ่งและเด็กคนหนึ่งที่กำลังจะมาแย่งซื้อน้ำยาฆ่าเชื้อเหมือนกับเธอ

จนทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บสาหัส โชคดีที่มีคนเข้ามาช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลทัน จึงทำให้หญิงชราและเด็กอายุ 9 ขวบรอดชีวิตซึ่งตอนนี้ทั้งสองอยู่คงต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปเด็กสาวอายุ 17 ปีก็ถูกจับกุมตัวได้ในทีสุด

   จากเหตุการณ์ในครั้งนี้เราจะเห็นได้ว่า ประชาชนเริ่มจะมีการหวาดกลัวต่อเชื้อไวรัสโคโรน่ากันมายิ่งขึ้น เพราะยังมีข่าวออกมาเรื่อยเรื่อยว่าเชื้อไวรัสนี้ยังคงมีการแพร่ระบาดอยู่อย่างต่อเนื่อง และนับวันเชื้อไวรัสก็ยิ่งมีการพัฒนาจนน่ากลัวและที่สำคัญยังไม่มีตัวยาต้านไวรัสชนิดนี้ออกมาทำให้คนส่วนใหญ่เกิดความกลัวที่จะติดเชื้อไวรัสชนิดนี้

และความเห็นแก่ตตัวจึงได้เริ่มแสดงออกมา สำหรับในประเทศไทยเองก็มีปัญหาเรื่องหน้ากากอนามัยขาดตลาดลและน้ำยาฆ่าเชื้อขาดตลาดและถึงแม้จะมีสินค้ามาขายก็มีการขายที่แพงมาก จนตอนนี้หน้ากากอนามัยกลายเป็นสินค้าที่ต้องควบคุมราคากันแล้ว

 

สนับสนุนโดย  ดูบอล

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ข่าวที่น่าติดตาม และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร