ป้ายกำกับ: huaydee

หมอเปิดประสบการณ์ 37 ปี เจอเคสตายแล้วฟื้นเกือบ 5,000 ครั้ง 

หมอเปิดประสบการณ์ 37 ปี เจอเคสตายแล้วฟื้นเกือบ 5,000 ครั้ง 

คำถามที่หลายคนคงเกิดความสงสัยว่าเมื่อคนเราตายไปแล้วเราจะไปที่ไหนกัน  จะมีนรกให้คนที่ทำความผิดและจะมีสวรรค์ให้กับคนที่ทำความดีได้ไปอยู่หรือไม่

 เราไม่สามารถที่จะหาคำตอบเหล่านี้ได้เลยเพราะเมื่อตายไปแล้วก็ไม่มีใครที่จะสามารถกลับมาบอกเราได้ว่าเรื่องราวดังกล่าวมันเป็นยังไงกันแน่ดังนั้นชีวิตหลังความตายจึงไม่สามารถมีใครที่จะพิสูจน์ได้  

มีหลายคนที่เชื่อว่าชีวิตหลังความตายนั้นมีจริงผู้คนจะยังคงไปในภพภูมิที่ดีถ้าหากว่าเลือกทำความดีและถ้าหากใครที่ทำความชั่วก็จะต้องไปเจอกับสถานที่ที่จะรอรับคนทำความชั่วนั้นคือนรกภูมินั่นเอง  แน่นอนว่าบางคนก็ไม่ได้เชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายและไม่ได้มีความเชื่อเรื่องของการเวียนว่ายตายเกิด  

อย่างไรก็ตามมีนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งและเนื้องอก  ซึ่งนายแพทย์ท่านนี้เป็นชาวสหรัฐอเมริกาอาศัยอยู่ในรัฐแคนทัคกี้ชื่อว่า เจฟฟรีย์ ลอง  

โดยนายแพทย์รายนี้ได้ออกมาประกาศว่าเขาเชื่อในเรื่องโลกหลังความตายว่ามีอยู่จริงอย่างแน่นอนเนื่องจากว่าเขามีประสบการณ์ทางการแพทย์มาเป็นระยะเวลานานกว่า 37 ปี  ในการรักษาผู้คนเฉียดตายมาแล้วมากกว่า 5,000 เคส 

เว็บไซต์ อ็อดดิตี้เซนทรัล  ได้มีการเปิดเผยแนวความคิดของดร. เจฟฟี่เมื่อวันที่ 7 เดือนกันยายน ปี พ.ศ 2566  ซึ่งดร. เจฟฟรีย์  ลอง นั้นได้มีการศึกษาค้นคว้าวิธีการรักษาเกี่ยวกับโรคมะเร็งโดยใช้รังสี  ซึ่งด็อกเตอร์เจฟฟรีย์ ลอง นั้นได้รักษาคนไข้มาเป็นระยะเวลานานแล้วและจุดเปลี่ยนของชีวิตที่ทำให้กับด็อกเตอร์เจฟฟรีย์ ลอง มีความเชื่อมั่นว่าชีวิตหลังความตายนั้นมีจริง

เมื่อดอกเตอร์เจฟฟรีย์ ลอง ได้เจอกับเคสของคนไข้รายหนึ่ง  เพราะคนไข้รายนี้ได้ตายไปแล้วแต่กลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เรียกว่ามันคือประสบการณ์เฉียดตาย  นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ดร. เจฟฟรีย์ ลองก็หมกมุ่นศึกษาเกี่ยวกับเรื่องคนตายแล้วฟื้นขึ้นมาได้   ดร. เจฟฟรีย์ ลอง ใช้ระยะเวลาหลายปีในการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวของคนตายแล้วฟื้นโดยเขาได้เก็บรวบรวมข้อมูลและประสบการณ์มากมายซึ่งการศึกษานั้นได้มีการศึกษา Case มากกว่า 5,000 เคสเลยทีเดียว 

ดร. เจฟฟรีย์ ได้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาเคสนึงมาถึงเหตุผลที่ทำให้เขาเชื่อว่าชีวิตหลังความตายนั้นมีอยู่จริงนั่นก็เพราะว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งได้หมดสติตอนที่กำลังขี่ม้าอยู่  และเธอก็ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งแต่หลังจากที่หญิงสาวรายนี้ฟื้นขึ้นมาเธอสามารถเล่าถึงเหตุการณ์ที่อยู่ในฟาร์มม้าที่เธอหมดสติได้อย่างชัดเจนซึ่งเหตุการณ์ที่หญิงสาวรายนี้เล่านั้นเป็นเหตุการณ์ในช่วงที่เธอหมดสติ

ดังนั้น ดร. เจฟฟรีย์ จึงมีความเชื่อมั่นว่าถึงแม้คนเราจะเสียชีวิตไปแล้วแต่จิตวิญญาณจะออกจากร่างกายหยาบและยังสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัวได้ และใช้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งเป็นชีวิตในรูปแบบหลังความตายนั่นเอง 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    huaydee

ลูกสาวออกมาแฉ แม่ตนเอง รับเลี้ยงคนพิการแต่สุดท้ายนำทรมาน 

ลูกสาวออกมาแฉ แม่ตนเอง รับเลี้ยงคนพิการแต่สุดท้ายนำทรมาน 

 

มีสาวคนนึ่ง ได้ออกมาแฉแม่ตนเอง ที่เห็นแก่ได้ เงินค่ารับจ้างดูแลคนพิการ รายได้ 8,000 บาทต่อเดือน

แต่ กลับไม่ดูแลใยดีคนป่วยเลย มีการแชร์เรื่องราวนี้ลงวันที่ 29 มีนาคม 256ได้โพสต์เรื่องราว Video ลงทางโซเชียล tik tok สุดจะทนกับการกระทำของแม่ รับเลี้ยงดูคนพิการอัมพาตครึ่งซีก แต่กลับไม่ใยดี คนป่วยเลย ให้ข้าว บูดกิน หรือข้าวที่มีมด ขึ้นมาก่อ ก็ยังให้คนป่วยกิน พอคนป่วย ผู้พิการกินลงไปแล้วนั้น ก็ท้องเสียก็ถูก แม่ของผู้โพสต์ ตี ทำร้ายร่างกายจนร่างกายบอบช้ำ

เพราะว่าอุจจาระ บ่อยและ ท้องเสียก็โดนตีโดนว่าโดนด่า ตนเองเห็นการกระทำของแม่รู้สึกรับไม่ไหวจึงได้มาแชร์เรื่องนี้ ให้กับทุกคนได้รู้เผื่อมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

มารับตัวคนพิการไปดูแลแบบถูกสุขลักษณะอนามัย ซึ่งคนที่ พิการนั้น เป็นญาติพี่น้องกัน โดยซึ่งเธอนั้นเรียกคนพิการว่าน้าเห็น การกระทำแบบนี้ มาบ่อยครั้งแต่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้เพราะผู้เป็นแม่จะไม่ให้ยุ่ง ชาวบ้านก็เห็นกันจนเอือมระอา ไม่รู้จะพูดบอกเตือนยังไง ผู้เป็นแม่ก็ด่าไปหมดเลย ซึ่งผู้ป่วยพิการครึ่งซีก เครียด ถึงขั้น ยอมปิดชีพตัวเองมาแล้ว 2 ครั้ง

เพราะไม่อยาก อยู่บนโลกใบนี้ด้วยความทรมานแบบนี้ ซึ่งบางที น้าผู้พิการครึ่งซีก ยังต้องเดินไปเข้าห้องน้ำเอง ด้วยความลำบาก เพราะพิการครึ่งซีก ทำให้อุจจาระและปัสสาวะเรี่ยราดเต็มภายในบ้าน ก็ถูก แม่ที่ดูแล ทุกปีด่าเหมือนเดิมทุกครั้ง

จนครั้งนี้เธอเห็นว่าเป็นอันไม่สมควร จึงทน ไม่ไหวกับการกระทำจึงต้องการ ลงโซเชียล ให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบหรือดูแลช่วยเหลือ เข้ามาช่วยเหลือน้าผู้พิการไปรักษาดูแลอย่างถูกต้อง หลังจากที่เธอได้โพสต์เรื่องราวลงโซเชียลแล้วนั้น ก็มีหน่วยงาน พม. เข้ามารับน้าคนพิการครึ่งซีกไปรักษาดูแลเรียบร้อย

แต่เธอ กลับถูกไล่ออกจากบ้าน เพราะทำให้แม่ถูกด่า แม่รับไม่ได้ จึงด่าว่าเธอเสียๆหายๆสุดท้าย ก็ต้องไล่ให้เธอออกจากบ้าน เธอก็ยินดีที่จะไปหาบ้านอยู่ใหม่ แลกกับความยุติธรรมของน้าที่จะได้รักษาอย่างถูกต้องโดยที่ไม่ต้องทน กับความเจ็บปวดถูกด่าถูกว่าถูกตีและกินข้าวแบบอาหารครบ 5 หมู่

ไม่ต้องกินอาหารบูดแบบนี้เธอก็ยอมยินดีที่จะออกจากบ้านหลังนี้ เพราะถูกขับไล่เหมือนหมูเหมือนหมา สร้างความเดือดร้อนให้กับที่บ้าน เพียงเพราะเธอพูดความจริงกับสิ่งที่เห็นมาตลอด หญิงสาวคนนี้

ดูแล้วเธอก็เป็นพลเมืองดีคนหนึ่ง ที่คอยช่วยเหลือน้าคนพิการให้ได้อยู่แบบผู้ป่วยแบบถูกต้องสุขลักษณะของผู้ป่วยและมีผู้ที่ดูแลความสะอาดอย่างใกล้ชิดถึงเธอจะลำบากโดยที่ต้องออกมาหาบ้านอยู่นั้นเธอก็ยินดีและเธอก็แฮปปี้กับสิ่งที่เธอทำ

ส่วนเรื่องแม่เธอนั้น ในเมื่อไล่เธอออกจากบ้าน เธอก็ยินดี ที่ผลจะออกมาเป็นแบบนี้ ก็คงต่างคนต่างอยู่กันตามที่ผู้เป็นแม่ต้องการ เพราะผู้เป็นแม่นั้น พูด ใส่เธอว่าตัวปัญหา เธอจึง จึงออกมาอยู่คนเดียวเพื่อความสบายใจดีกว่า

 

สนับสนุนโดย    huaydee

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa