เดือน: พฤษภาคม 2021

พม่าโมโหชาวบ้านเผารถทหารพม่าและยึดอาวุธ

พม่าโมโหชาวบ้านเผารถทหารพม่าและยึดอาวุธ

เรื่องของสถวานการณ์ในเมียนมาถือว่าเป็นสถานการณ์ที่เหลือเชื่อเป็นสถานการณ์ที่จะบอกว่าเหมือนในหนังก็ว่าได้เพราะว่าเป็นสถานการณ์ที่ประชาชนมือเปล่าได้รวมตัวกันทั่วประเทศแต่ถ้าเป็นประชาชนมือเปล่ารวมตัวกันสู้กับทหารมันก็เริ่มเกิดน้อยลงอีกยากมากขึ้นไปอีกแล้วมันก็จะยากมากขึ้นไปอีก

ถ้าเป็นสถานการณ์ที่ประชาชนมือเปล่ารวมตัวสู้กับทหารแล้วก็สามารถทำถึงขั้นยึดรถของทหารมาได้อีก6คันแล้วได้ทำการยึดอาวุธของทหารได้ก็จะมากขึ้นไปอีก

ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เราไม่เคยเห็นแต่ว่ามีที่เมียนมาในตอนนี้มันได้มาถึงจุดแบบนี้แล้วประชาชนได้รวมตัวกันโดยมันได้มีการเชื่อมโยงไปถึงตัวแทนของเมียนมาที่ได้ไปประกวดมิสยูนิเวิร์สที่น้อยเขาได้ใส่เสื้อของเมียนมาแต่ว่าได้ชูป้ายPray for Myanmar น้องเขาได้เป็นคนรัฐฉินและเป็นรัฐฉินตั้งแต่หลังการรัฐประหารถือว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ประชาชนออกมาจัดหนักกับทหารไม่ยั้ง

โดยไม่ว่าจะเป็นการตั้งทัพประชาชนในปัจจุบันหรือว่าก่อนหน้านี้ก็เป็นการยิงกับทหารจู่โจมกับทหารจู่โจมแบบทหารกองโจรก็ว่าไปตอนนี้สถานการณ์รัฐฉินมันมาถึงจุดที่การต่อสู้กันระหว่างทหารกับกองทัพประชาชนมันมาถึงจุดที่แทบจะเรียกว่าเป็นการปิดเมืองดวนกันแล้ว

นอกจากนี้ที่อีกฝ่ายหนึ่งคือทัพของชาวบ้านกับทหารตึงกำลังกันเรื่องที่เกิดมันเกิดจากการที่ทหารไปจับเด็กรัฐฉินเป็นเด็กวัยรุ่นอาจจะยัดข้อหาว่าเป็นเด็กป่วนบ้านป่วนเมืองอาจจะยัดข้อหาว่าเป็นฝ่ายต่อต้านเผด็จการอะไรก็ตามแต่จับไปหลายคนและเรื่องนี้เคยเกิดขึ้นสักระมาณสองเดือนก่อนรอบนั้นชาวบ้านล้อมสถานีตำรวจจนต้องคืนเด็กมา

เพราะฉะนั้นแล้วใมนรอบนี้ยังได้จับเด็กไปประมาณ15คนหลังจากจับไปก็เกิดการรวมตัวกันของชาวบ้านที่รัฐฉินกันได้เกิดการปะทะกับทหารอยู่หลายวันยิงกันนัดแรกตั้งแต่วันที่12แล้วได้ปะทะกันมาอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่14-15พอยิ่งปะทะกันมันยิ่งดุดเดือนมากขึ้นเรื่อยๆ

เพราะชาวบ้านแถวนั้นเขาดุเพราะชาวบ้านระแวกนั้นเป็นภูเขาดังนั้นทหารพม่าลำบากไม่ชำนาญในพื้นที่ใช้กองทัพทางพื้นราบบุกเข้าไปยากวันที่14มันเกิดเรื่องใหญ่นั่นก็คือCDFหรือว่ากองกำลังป้องกันประชาชนของรัฐฉินเส้นทามันจะเรียบเขาไปเรื่อยๆมันจะผ่านภูเขาไปเรื่อยจากนั้นคนรัฐฉินก็เลยดักรถทหารจำนวน6คันที่จะขนทหารไปเสริมกำลังในรัฐจากนั้นยึดรถของทหารและอาวุธเป็นจำนวนมากทำให้ทางกองทัพไม่พอใจแถมยังถูกเผารถทหารทั้งหมด

 

สนับสนุนโดย  ufabet เว็บหลัก

ชาวบ้านไม่รู้จักเครื่องวัดแรงสั่น แจ้ง เจ้าหน้าที่ EOD มาทำลายเสียหายถึงสี่แสนบาท 

ชาวบ้านไม่รู้จักเครื่องวัดแรงสั่น แจ้ง เจ้าหน้าที่ EOD มาทำลายเสียหายถึงสี่แสนบาท 

        เมื่อวันที่ 8 เดือนพฤษภาคม ปีพ. ศ.2564   ที่จังหวัดราชบุรีชาวบ้านพบวัตถุประหลาดอยู่ใกล้กับบริเวณฐานขององค์เจดีย์หัก  ลักษณะของวัตถุต้องสงสัยมีสายระโยงระยางเต็มไปหมดและมีกล่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก

ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวว่าวัตถุดังกล่าวนั้นอาจจะเป็นระเบิดจึงได้มีการประสานงานแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีการพบเห็นวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดอยู่ตรงบริเวณโบราณสถานซึ่งเป็นบริเวณฐานขององค์เจดีย์หัก 

      เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงสถานที่เกิดเหตุพบอุปกรณ์เป็นกล่องสี่เหลี่ยมคล้ายกับเครื่องมือช่างมีการเชื่อมต่อสายไฟเอาไว้ห่อหุ้มด้วยพลาสติก  ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการประสานงานให้กับทางเจ้าหน้าที่ EOD ซึ่งเป็นฝ่ายกอบกู้ระเบิดให้มาช่วยทำการตรวจสอบโดยมีการนำกรวยยางสีแดงมากั้นล้อมรอบเอาไว้เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น

  เมื่อเจ้าหน้าที่ EOD เดินทางมาถึงก็มีการใช้ปืนยิงน้ำแรงดันสูงยิงไปที่กล่องดังกล่าวเพื่อเป็นการทำลายวัตถุประหลาดเบื้องต้นหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ EOD ก็เข้าทำการตรวจสอบอีกรอบหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตัดสินใจที่จะทำลาย เพราะไม่รู้ว่าคืออะไร 

      อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการทำลายวัตถุประหลาดดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยเจ้าหน้าที่ EOD พบว่าวัตถุดังกล่าวนั้นเป็นอุปกรณ์สำหรับใช้วัดแรงสั่นสะเทือนซึ่งจากการประสานงานทำการตรวจสอบกับทางกรมทางหลวงจึงทราบว่าอุปกรณ์ดังกล่าวนั้นกรมทางหลวงได้มีการติดต่อแจ้งเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรขอติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวไว้เพื่อตรวจสอบแรงสั่นสะเทือน  ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวนั้นมีราคาสูงถึงเครื่องละ 400,000 บาท

        อย่างไรก็ตามหลังจากตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและพบว่าทางกรมทางหลวงมีการประสานงานแจ้งเพียงแค่กรมศิลปากรเท่านั้นแต่ไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่รวมถึงไม่ได้แจ้งชาวบ้านและผู้นำหมู่บ้านทำให้ชาวบ้านไม่ทราบมาก่อนว่ามีการนำอุปกรณ์ตรวจจับแรงสั่นสะเทือนมาไว้ตรงบริเวณดังกล่าวเมื่อชาวบ้านเห็นอุปกรณ์ที่มีการเชื่อมต่อสายไฟจึงคิดว่าเป็นระเบิดและเกรงว่าจะเกิดความเสียหายและอันตรายจึงได้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาทำลาย

        อย่างไรก็ตามสำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่าเป็นความผิดพลาดของทางกรมทางหลวงที่ไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์หรือติดป้ายบอกให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ทราบ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นอุทาหรณ์ให้กับทางเจ้าหน้าที่ได้ดีว่าควรจะมีการประสานงานทุกหน่วยงานหรือหากจะมีการติดตั้งอุปกรณ์อะไรควรจะมีการแกล้งคนในพื้นที่ให้ทราบ

เพื่อที่ชาวบ้านจะได้ไม่เกิดความหวาดกลัวกับอุปกรณ์ที่นำมาติดตั้งและสำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงจะมีการเข้ามาติดตั้งอุปกรณ์ใหม่อีกครั้งหนึ่งเพื่อทำการเปิดจับวัดแรงสั่นสะเทือนเอาไว้และครั้งนี้จะมีการติดป้ายบอกกล่าวชาวบ้านให้ทราบ     

 

สนับสนุนโดย    gclub casinoทดลองเล่น 

ชายวัย 39 ปีหนีออกจากศุนย์กักตัวโควิด-19 เพราะคิดถึงลูกเมีย รอครบ 14 วัน ไม่ไหว

ชายวัย 39 ปีหนีออกจากศุนย์กักตัวโควิด-19 เพราะคิดถึงลูกเมีย รอครบ 14 วัน ไม่ไหว

       เมื่อช่วงเวลาประมาณเย็นของวันที่ 5 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2564    เจ้าหน้าที่ศูนย์กักตัวผู้ที่มีความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสโควิช- ได้ประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของจังหวัดบุรีรัมย์เพื่อให้ช่วยติดตามหาชายคนหนึ่งอายุประมาณ 39 ปี

โดยใช้คนดังกล่าวนั้นได้เดินทางมาจากจังหวัดชัยภูมิเพื่อเดินทางมหาประชาและลูกที่อาศัยอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์แต่เมื่อเดินทางเข้ามาถึงจังหวัดนั้นจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการประกาศตัวเป็นระยะเวลา 14 วันตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของจังหวัดบุรีรัมย์

         ซึ่งชายคนดังกล่าวถูกกักตัวเพียงไม่กี่วันก็ได้มีการหนีออกจากศูนย์กักตัวโดยทางเจ้าหน้าที่ศูนย์กักตัวเชื่อว่าชายคนดังกล่าวน่าจะเดินทางไปหาภรรยาและลูกที่บ้านในจังหวัดบุรีรัมย์นั่นเองดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมถึงเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจึงได้มีการประสานงานเดินทางไปที่บ้านของชายคนดังกล่าว

และได้พบว่าชายคนดังกล่าวนั้นอาศัยอยู่ที่บ้านพร้อมกับภรรยาและลูกในเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงใจคนนึงเขาก็ยินยอมที่จะเดินทางกลับมายังศูนย์กักตัวตามปกติและเมื่อสอบถามถึงสาเหตุของการหนีออกจากสนกับตัวใช่วัย 39 ปีก็ให้เหตุผลว่าเขาเดินทางมาหาภรรยาและลูก

      ซึ่งเขาไม่ได้เดินหน้าประชาและลูกมานานเกือบ 2 เดือนแล้วด้วยความคิดถึงจึงอยากพบหน้าภรรยาและลูกแต่ถ้าจะให้รอจนกว่าตัวครบ 14 วันเขาคิดว่านานเกินไปดังนั้นเขาจึงมีความคิดว่าเขาจะให้ประหยัดและลูกนั้นมากักตัวอยู่กับเขาด้วย 

เขาจึงได้มีการโทรและให้ภรรยาขับรถกระบะมารับที่หน้าศูนย์กักตัวหลังจากนั้นเขาก็ขึ้นรถออกจากศูนย์ไปพร้อมกับภรรยาและลูกเพราะเขาเชื่อมั่นว่าเดี๋ยวเจ้าหน้าที่ก็ต้องมารับตัวเขากลับไปกักตัวใหม่อยู่ดีซึ่งการกักตัวในครั้งนี้ของเขานั้น  เขาค่อนข้างพอใจเป็นหย่างมากเลยเดียวเพราะเขาสามารถปรับตัวพร้อมกับลูกและภรรยาของเขาได้โดยที่เขาไม่ต้องทนคิดถึงภรรยาและลูกอีกต่อไปแล้ว 

           จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้นับว่าเป็นความเสี่ยงเป็นอย่างมากที่ชายวัย 39 ปีนั้นหนีออกจากสถานกักตัวเพราะถ้าหากว่าเขามีการติดเชื้อไวรัสโควิช- แล้วออกไปอยู่กับภรรยาและลูกซึ่งจะส่งผลทำให้ภรรยากับลูกของเขานั้นติดเชื้อไวรัส covid ด้วยจะสร้างความลำบากให้กับภรรยาและลูกของเขาเป็นอย่างมาก

          เพราะถ้าหากว่าสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงหรือมีโรคประจำตัวจะทำให้การรักษาการติดเชื้อไวรัสนั้นค่อนข้างลำบากและอันตรายเป็นอย่างมากดังนั้นสำหรับข่าวนี้จึงควรเป็นอุทาหรณ์ให้กับใครก็ตามที่กำลังถูกกักตัวว่าให้อดทนรอเพียงแค่ 14 วันเท่านั้นคุณก็จะได้กลับไปอยู่กับครอบครัวของคุณโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าคนในครอบครัวของคุณนั้นจะติดเชื้อไวรัสโควิคนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    gclub มือถือ ทดลองเล่น

ชายหนุ่มถูกอดีตเมียแจ้งจับ เพราะปล่อยคลิปสยิว แถมยังโพสต์ปืนขู่

ชายหนุ่มถูกอดีตเมียแจ้งจับ เพราะปล่อยคลิปสยิว แถมยังโพสต์ปืนขู่

                เมื่อวันที่ 26 เดือนเมษายน  ปี พ.ศ 2564     ในโลกสังคมออนไลน์ได้มีการพูดถึงหญิงสาวรายหนึ่งที่เธอนั้นได้มีการโพสต์ Facebook ระบายความเจ็บช้ำน้ำใจของเธอ

โดยเธอระบุว่าเธอนั้น แต่งงานกับสามีของเธอได้ไม่นานหลังจากนั้นเธอก็คลอดลูก และขณะนี้ลูกของเธอนั้นอายุได้ 4 เดือนแล้ว แต่เราต้องตัดสินใจขอจบชีวิตคู่ของเธอกับสามีสาเหตุนั้นก็เพราะว่าสามีของเธอนั้นนอกใจเธอมาตลอด

      โดยเธอได้เล่าระบายลงใน Facebook ของเธอว่าเธอคบกับสามีมาเป็นระยะเวลา 5 ปีแล้วซึ่งตลอดระยะเวลาที่คบกันมานั้นเธอมักจะจับได้เสมอว่าสามีของเธอนอกใจไปมีผู้หญิงคนอื่นและทุกครั้งที่เธอจับได้สามีของเธอก็จะขอโทษและขอร้องให้กลับมาคบกันซึ่งช่วงแรกๆนั้นเธอก็อภัยให้กับสามีของเธอแต่หลังๆนั้นรู้สึกว่าสามีของเธอนั้นนอกใจเธออยู่เรื่อยๆเธอจึงได้ตัดสินใจที่จะเลิกคบโดยเธอได้บอกเลิกกับสามีของเธอ

          ซึ่งในขณะนั้นยังไม่ได้แต่งงานกันแต่ฝ่ายชายนั้นได้มีการข่มขู่เธอโดยมีการหูเธอว่าจะเอาคลิปตอนที่เธอกับสามีมีอะไรกันส่งไปให้เพื่อนๆดูทำให้เธอเกิดความอับอายและไม่อยากให้พ่อแม่ของเธอนั้นรู้เรื่องเธอจึงได้มีการยอมกลับไปคบกับสามีของเธออีกครั้ง

ซึ่งการกลับไปในครั้งนี้นั้นเธอได้ตั้งท้องขึ้นมาจึงได้ตัดสินใจที่จะจดทะเบียนแต่งงานกันในระหว่างที่เธอกลับมาแต่งงานกับสามีและในช่วงที่เธอท้องอยู่นั้นเธอก็ยังจับได้อีกว่าสามีของเธอนั้นนอกใจไปมีผู้หญิงคนอื่นซึ่งแม้แต่เธอคลอดลูกออกมาเพียงแค่ 7 วันเท่านั้นก็ยังจับได้ว่าสามีของเธอนั้นซุกกิ๊กทำให้เธอนั้นรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากและในที่สุดเธอก็ตัดสินใจว่าเธอจะเลิกรากับสามีของเธอ

          โดยเมื่อสามีของเธอมาขอคืนดีเธอจึงยืนยันในเรื่องของการเลิกและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาสามีของเธอก็มักจะโพสต์ Facebook ข่มขู่เธอเป็นประจำโดยมีการโพสต์รูปปืนรวมถึงยังมีการโพสต์ข้อความด่าเธอภายในเฟซและยังระบุว่าเธอนั้นเป็นผู้หญิงไม่ดีนอกจากนี้สามีของเธอยังได้นำคลิปวีดีโอที่เธอกับสามีมีเพศสัมพันธ์กันมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์อีกด้วยซึ่งได้สร้างความอับอายให้กับเธอเป็นอย่างมากเพราะเธอเคยได้เดือนจะมีของเธอแล้วว่าถ้าหากเผยแพร่คลิปของเธอเธอจะเอาผิด พรบ. คอมพิวเตอร์แต่สามีของเธอไม่เกรงกลัว 

            อย่างไรก็ตามในตอนนี้นั้นเธอได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับสามีของเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้วและเธอต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเพราะเรื่องนี้สร้างความเสียหายและความอับอายให้กับเธอเป็นอย่างมากเลยทีเดียวซึ่งต่างจากคนในโลกออนไลน์ได้เห็นข้อความที่เธอบรรยายลงไปนั้นต่างก็พากันเข้ามาให้กำลังใจเธอกันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย.    ทางเข้า ufabet

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa